ประวัติอุทยาน

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ อุทยานสามก๊ก

สถานที่รวมข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องสามก๊ก 三國演義 หรือ Romance of the Three Kingdoms วรรณกรรมจีนอิงประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง จัดเป็นวรรณกรรมเพชรน้ำเอกของโลก เป็นมรดกทางปัญญาของปราชญ์ชาวตะวันออกที่สุดยอด มีการแปลเป็นภาษาต่าง ๆ มากกว่า 10 ภาษาและมีการตีพิมพ์อย่างแพร่หลายทั่วโลก แต่งขึ้นประมาณในช่วง ค.ศ.ที่14ยุคสมัยราชวงศ์หยวน เป็นบทประพันธ์โดย หลัว กวั้นจง 羅貫中 (Luó Guànzhōng) แปลและเรียบเรียงเป็นภาษาไทยครั้งแรกโดย เจ้าพระยาพระคลัง (หน)ในสมัย พระยาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเมื่อปี พ.ศ. 2345 ในรูปแบบสมุดไทย ตีพิมพ์ครั้งแรกโดยโรงพิมพ์ของหมอบรัดเลย์ในปี พ.ศ. 2408 และได้รับการตีพิมพ์ซ้ำอีกครั้งภายใต้ชื่อ "หนังสือสามก๊ก ฉบับราชบัณฑิตยสภา" โดยโรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร ในปี พ.ศ. 2471 ปัจจุบันสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ได้รับการตีพิมพ์ใหม่อีกหลายครั้งโดยหลายสำนักพิมพ์ถือเป็นวรรณกรรมจีนอิงประวัติศาสตร์เล่มที่ 2 โดยแปลหลังจากไซ่ฮั่นและเก่าแก่ที่สุดในไทย

โครงการริเริ่มขึ้นตามแนวความคิดของ คุณเกียรติ ศรีเฟื่องฟุ้ง หนึ่งในนักธุรกิจเชื้อสายจีนที่ประสบความสำเร็จอย่างมากและมีชื่อเสียงมากคนหนึ่งของประเทศไทย

โดยคุณเกียรติมีเจตนารมย์ ที่จะสร้างสถานที่แห่งนี้ ให้เปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางศิลปะ วัฒนธรรม แนวความคิดประวัติศาสตร์ และเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยและประเทศจีน เพื่อให้ชาวไทย และชาวไทยเชื้อสายจีน และชาวต่างประเทศ ได้เข้ามาศึกษาหาความรู้ และดื่มด่ำกับความสงบและความงาม นอกจากนั้นแล้ว คุณเกียรติยังตั้งเจตนารมย์ ที่จะใช้สถานที่แห่งนี้หารายได้เพื่อที่จะนำกลับมาตอบแทนสั่งคมและแผ่นดินไทยที่ท่านได้อาศัยใช้ชีวิตอยู่

คุณเกียรติ ได้ลาโลกนี้ไปเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ 2535 โดยที่ยังมิได้เริ่มก่อสร้างโครงการณ์ตามเจตนารมย์ที่ได้ตั้งใจเอาไว้ คุณชัยคีรี ศรีเฟื่องฟุ้ง บุตรชายคนโตของคุณเกียรติ ได้ เป็นผู้สานฝันของคุณพ่อต่อจนเป็นผลสำเร็จ โดยเริ่มก่อสร้างโครงการณ์ดังกล่าวทันที

อุทยานสามก๊กมีการจัดทำ พิพิธภัณฑ์สามก๊กที่สมบูรณ์ที่สุด เพื่อให้ผู้มาเยือนได้ศึกษารายละเอียดต่างๆของพงศวดารเรื่องนี้โดยเฉพาะ "สามก๊ก" วรรณกรรมจีนสุดคลาสสิกที่รังสรรค์ขึ้นโดย "หลอกว้านจง" เป็นเรื่องราวอิงประวัติศาสตร์จีนตั้งแต่ยุคปลายราชวงศ์ฮั่นจนถึงสถาปนาราชวงศ์จิ้น เรื่องราวโดยหลักกล่าวถึงการครองความยิ่งใหญ่ของสามจอมคน โจโฉ เล่าปี่ และซุนกวน ปัจจุบันยังถูกวิพากษ์วิจารณ์ไม่จบว่าแท้จริงแล้วเรื่องราวที่กล่าวในสามก๊กเป็นเรื่องราวที่อ้างอิงบนความจริงทางประวัติศาสตร์มากน้อยเพียงใด หรือเป็นเพียงการนำเรื่องราวของตัวละครต่างๆ ที่มีชีวิตอยู่จริงในยุคนั้นมาแต่งเติมเพื่อเพิ่มสีสันโดยหลอกว้านจง แต่นั่นหาใช่ประเด็นสำคัญหรือแก่นสารของสามก๊กไม่ เพราะถึงแม้สามก๊กจะเป็นเพียงแค่เรื่องนิยายที่ถูกแต่งขึ้น แต่คงไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่ ที่จะผู้แต่งสามารถนำตัวละครร่วมสามร้อยกว่ามารังสรรค์เป็นเรื่องราวได้ โดยที่ตัวละครทั้งหมดล้วนแต่มีผลต่อความเป็นไปของเรื่องราวตลอดทั้งเรื่องทั้งสิ้น และอาจนับได้ว่าเป็นวรรณกรรมที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งของโลก นอกจากนี้สามก๊กยังถูกนำมาใช้อ้างอิงหรือประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ต่างๆ ตั้งแต่อดีตจนถึงยุค IT อย่างปัจจุบัน.

วรรณกรรมสามก๊กถูกนำมาวิเคราะห์วิจารณ์และประยุกต์ใช้อย่างกว้างขวาง ทั้งในเชิงของพิชัยสงครามในสมัยอดีต การบริหารธุรกิจ การตลาด การวางแผนกลยุทธ์ การจัดการงานบุคลากร ฯลฯ ทั้งนี้เพราะสามก๊กตลอดทั้งเรื่องนั้น กล่าวถึงกระบวนการชิงไหวชิงพริบ เพื่อชิงความยิ่งใหญ่ของสามตระกูล "เล่า - โจ - ซุน" ซึ่งนอกจากกำลังทหารและกำลังทรัพย์นั้นไม่เพียงพอในการการันตีถึงชัยชนะในการแข่งขัน หากแต่ต้องอาศัยกำลังสติปัญญาและความสามารถในการปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ สิ่งเหล่านี้สามารถนำมาเป็นบทเรียนและนำมาประยุกต์เข้ากับการบริหารงานต่างๆ ในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี